2006/Dec/25

Long time no see.....Comeback to get your love

หิมะขาวโพลนโปรยปรายท่ามกลางสายหมอกหนาทึบ ประสาทหินเก่าแก่ที่แอบซ่อนอยู่ในความมืดของรัตติกาลค่อยๆเผยความงดงามเมื่อเรือลำน้อยค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ ใบหน้าคุ้นเคยและดวงตาสีเขียวจับจ้องที่ปราสาทด้วยความลุ้นระทึก

สิบสองปีแล้วที่หนุ่มน้อย ซึ่งบัดนี้กลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวไม่ได้ย่างกรายเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ นับตั้งแต่วันสุดท้ายที่จบการศึกษา

แฮร์รี่ที่รัก[

ฉันรู้ว่าเธอคงไม่อยากจะกลับมาที่นี่ซักเท่าไหร่ แต่นานแล้วที่พวกเราไม่ได้เจอกัน หวังว่าเธอคงจะเข้าใจว่าพวกเราคิดถึงเธอขนาดไหน และฉันคิดว่าเธอก็คงไม่ใจร้ายถึงขนาดจะไม่ยอมมาเยี่ยมพวกเราทั้งๆที่พวกเราออกปากชวนแบบนี้นะ

ความจริงแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันต้องส่งไปรษณีย์นกฮูกมาหาเธอก็คือ ตอนนี้โทมัสไม่สบาย รู้สึกว่าจะโดนคำสาปสะอึกจากเจ้าเด็กปีหนึ่งตัวแสบ แถมยังโดนคำสาปเริงร่าซะจนหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอีกต่างหาก ดูแล้วน่าสงสารซะเหลือเกิน ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอคงขำแล้วสินะ

เอาล่ะ เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ดูเหมือนโทมัสต้องอยู่เซนต์มองโกลอีกสองอาทิตย์ถึงเดือนนึง ฉันกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลเลยอยากขอร้องเธอให้มาช่วยสอนวิชาคาถาแล้วควบวิชาป้องกันดัวจารศาสตร์มืดไปด้วยซะหน่อยหวังว่าเธอจะตอบตกลงนะ

รักและจะรอรับเธอที่นี่นะ

เฮอร์ไมโอนี่

แฮร์รี่ถอนหายใจเฮืกใหญ่ เรือโคลงเล็กน้อยเมื่อกระทบกับฝั่ง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากกระดาษสีน้ำตาลอ่อนในมือ เขาพับจดหมายตามรอยพับซึ่งเหลือทิ้งไว้แล้วเก็บใส่ซอง ก่อนที่จะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ท มือหนาสีน้ำตาลอ่อนเลื่อนจับหูกระเป๋าก่อนจะออกแรงยก เขาค่อยๆก้าวเท้าลงจากเรือแล้วสาวเท้าตรงไปที่ปราสาทคุ้นตา

แสงไฟสีส้อมอ่อนจากเชิงเทียนบนผนังหินสาดกระทบหิมะสีขาวซึ่งกองสุมบนพื้น แฮร์รี่ย่ำเท้าไปตามทางเดิน เหลือร่องรอยการถูกเหยียบย่ำเป็นรอยรองเท้าลึกลงไปในหิมะ สัมพาระต่างๆก็ถูกลากตามมาข้างหลัง แฮร์รี่วางของทิ้งไว้หน้าประตู ก่อนจะผลักบานประตูไม้สูงใหญ่ออกด้วยมือสองข้าง

ความอบอุ่นโอบล้อมร่างกายของเขาในทันที เทียนนับพันซึ่งลอยอยู่เหนือหัวด้วยเวทย์มนต์สุดวิเศษเป็นภาพคุ้นตาของปราสาทฮอกวอตส์แห่งนี้ ห้องโถงที่เขาไม่ได้เห็นมาสิบสองปีแทบจะไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย เว้นแต่การตกแต่งที่แปลกตาไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสวยงามเช่นเดิม

ดูไม่เหมือนจะมีงานเลี้ยงฉลองซักเท่าไหร่เลยแฮะ ชายหนุ่มคิดในใจ

สวัสดีครับ แฮร์รี่ส่งเสียง แต่ที่ได้กลับมา กลับกายเป็นเสียงสะท้อนของตัวเอง

อะไรวะ แฮร์รี่คิด พลางส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจ

ร่างสูงตัดสินใจเดินตรงไปหลังโรงเรียน ด้วยความคิดที่ว่ามักกอนนากัลอาจจะเล่นพิศดาร นึกคึกเปลี่ยนไปจัดงานรอบกองไฟตรงทะเลสาบแทนก็ได้

ทันทีที่ก้าวออกจากประตูปราสาท ความเย็นยะเยือกก็กลับมาเยือนผิวหนังคล้ำแดดอีกครั้ง แฮร์รี่ยืนหนาวสั่น ค่อยๆก้าวตรงไปยังทะเลสาบเรื่อยๆ

ที่นี่ก็ไม่ต่างจากด้านในเท่าไหร่ ยังคงไร้ซึ่งผู้คนเช่นเดิม แฮร์รี่สอดส่ายสายตาไปรอบๆ แล้วหยุดมองที่บ้านหลังย่อมซึ่งแสนคุ้นเคย

หรือว่า......แต่ไม่มั้ง อืม.....ลองไปดูก็ไม่เสียหายนี่ เท้าทั้งสองข้างก้าวสลับกันอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหยุดยืนหน้าประตู ก่อนจะยกข้อนิ้วขึ้นเคาะบนประตูไม้เบาๆ

แฮกริดฮะ แฮกริด แฮร์รี่ส่งเสียงเรียก เสียงของเขาสั่นด้วยความหนาวยํน ก่อนจะยืนกอดอก กัดฟันแน่น

.....เงียบ.....

ไม่มีเสียงใดๆตอบรับ และไม่มีเสียงของสิ่งมีชีวิตด้านใน

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เขาหันหลังกลับอย่างรวดเร็วก่อนจะกระแทกเท้าแรงๆเดินกลับไปยังปราสาท

นี่ทุกคนเป็นอะไรไปกันหมด หายไปไหนกัน นี่มันไม่ใช่วันเอพริล ฟูล ซะหน่อย ทำเป็นเล่นตลกไปได้ ชายหนุ่มคิดอย่างไม่สบอารมณ์

เอาวะ เสียงทุ้มพูดกับตัวเองเบาๆ

แฮร์รี่ตัดสินใจตรงไปยังหอพักของบ้านกริฟฟินดอร์ สถานที่สุดท้ายซึ่งเขาคิดได้ว่าทุกคนจะมาสุมหัวกันอยู่ที่นี่ ร่างสูงก้าวฉับๆ เดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ถึงจะไม่ได้กลับมาถึงสิบสองปี แต่เจ็ดปีที่อยู่ที่นี่ สามารถทำให้เขาไม่ต้องหยุดคิดเลยว่าสมควรจะตรงไปที่ไหน แฮร์รี่ปล่อยให้เท้าทั้งสองข้างพาจิตใจที่สุดแสนจุว้าวุ่นและหงุดหงิดตรงไปยังหอนอนโดยอัตโนมัต

แฮร์รี่หยุดยืนตรงหน้ารูปภาพของสุภาพสตรีอ้วน ซึ่งตอนนี้เธอกำลังสัปหงกอย่างสบายใจ

เออ.....ไม่มีรหัสผ่าน เข้าไม่ได้นี่นา แล้วแฮร์รี่ก็ส่งเสียงสบทด้วยความไม่พอใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อคิดขึ้นได้

ชายหนุ่มได้แต่ทอดถอนหายใจยาว ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงผนังหินเย็นๆแล้วผล็อยหลับไป.....

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ดูเหมือนเขาจะหลับอยู่นะคะ เสียงอ่อนหวานกระซิบกระซาบกับใครบางคน

นั่นสิ หรือพวกเราจะแกล้งเขามากไปหน่อย ดูซิ คิ้วขมวด หน้ายุ่มเป็นตาแก่เชียว เสียงทุ้มพูด ปิดท้ายด้วยการประสานเสียงหัวเราะคิกคัก

แฮร์รี่ขยับตัวช้าๆ คิ้วขมวดยุ่งมากกว่าเดิม ประสาทการรับฟังเริ่มทำงานเมื่อมีคนมาส่งเสียงอยู่ใกล้ๆ

ผู้คนซึ่งรายรอบอยู่ผงะเล็กน้อย เสียงอ่อนหวานนั้นพูดอีกครั้ง

เราจะทำเขาตื่นนะ

เป็นอะไรไป ก็ปลุกซะเลยสิ เดี๋ยวพวกเราไปรอที่โถง แฮร์รี่ขวับกายอีกเล็กน้อย

โอเคจ้ะ หลังมือยกขึ้นขยี้ตา

ใคร??

ใครบางคนนั้นทรุดตัวลงข้างๆ ก่อนจะขยับเข้าใกล้แฮร์รี่ช้าๆ ใบหน้าเลื่อเข้าไปใกล้ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ค่อยๆเผยอออก กระซิบเรียกข้างหูของชายหนุ่มเบาๆ

แฮร์รี่ ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น สะบัดหัวไล่ความง่วง แล้วหันมองคนข้างๆ

เซอไพรซ์! เฮอร์ไมโอนี่นั่งเอง เธอกำลังฉีกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกเหมือนนั่นเป็นการยิ้มเยาะที่ทำให้เขาต้องเดินตามหาทุกคนซะแทบจะทั่วปราสาท อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิดนะ ความจริงแล้ว พวกเราก็เพิ่งกลับมาเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วเอง พวกเราไปรับคนๆหนึ่งมาจ้ะ ตามมาสิ

มือเรียวสวยยื่นอยู่ตรงหน้า แฮร์รี่ค่อยๆยื่นมือไปสัมพัสกับมือขาวเนียน ก่อนจะยันตัวขึ้น

มือเธอเย็นเฉียบเลย เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยสีหน้าตกใจ

ก็แน่ล่ะ ฉันมาถึงตั้งนานแล้ว เดินหาก็ไม่เจอใคร เดินออกไปตรงทะเลสาบด้วย เผื่อว่ามักกอนนากัลจะอยากไปชวนดัมเบิลดอร์ขึ้นมาฉลองงานปีใหม่จากหลุมศพหลังโรงเรียน เมื่อได้ที ชายหยุ่มก็สาธยายซะยาวเหยียด เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะเบาๆ

ปากคอเราะร้ายจริงนะเดี๋ยวนี้ เป็นไงล่ะ ไม่เจอกันตั้งนานนะ เฮอร์ไมโอนี่ถาม

อืม

จะ อืม ทำไมยะ ฉันถามว่าเป็นยังไงบ้าง

กีดีนะ เรื่อยๆ แฮร์รี่ตอบเสียงเรียบ

งั้นเหรอ ตั้งสิบปีแล้ว นายน่ะหายตัวไปจากโลกของเวทย์มนต์เลย พวกเราเป็นห่วงซะแทบแย่ เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าชายหนุ่มด้วยแว้วตาตัดพ้อ แฮร์รี่หันหน้าหนีเธอทันที

ก็แค่เบื่อ แต่เหมือนเฮอร์ไมโอนี่จะไม่ทันได้สนใจ เพราะเธอ้อมมือไปดันประตูห้องโถงออก ทำให้เกิดเป็นเสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับฝืดๆ

เซอไพรซ์! ทุกคนในห้องโถงพูดขึ้นพร้อมกัน

แฮร์รี่มองไล่ไปทีคนคนเรื่อยๆ มักกอนนากัลที่ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเท่าไหร่ เว้นแต่ผมของเธอที่ขาวมากขึ้นเรื่อยๆ เละริ้วรอยที่ปลายหางตาก็มาขึ้นกว่าเดิม เฮ้อ.....เด็กเดี๋ยวนี้คงป่วนน่าดูสินะ

รอนที่ตัวสูงขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนอีก ไม่รู้จะสูงไปถึงไหน อยู่ในเสื้อผ้าพ่อมดใหม่เอี่ยม ก็แน่ล่ะ ล่ำซำนะเดี๋ยวนี้ เฟร็ดกับจอร์จคงทำเงินได้ดีน่าดูเลยจากเจ้าร้านสนุกๆนั่น

เฟร็ดกับจอร์จที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่การแต่งตัวสีสันแสบตา คนหนึ่งเขียว คนหนึ่งแดง ทำให้แฮร์รี่รู้ว่า ทั้งคู่ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย (แถมมีเจ้าหนูที่ท่าทางจะแสบใช่ย่อยอีกสองคนยืนแอบอยู่ข้างหลังทั้งคู่อีกต่างหาก)

ลูปินที่ดูอิดโรยมาก แต่มันก็เป็นเรื่องปรกติไปเสียแล้ว เขากำลังยืนส่งยิ้มจางๆให้กับแฮร์รี่

แฮกริดที่ยืนยิ้มด้วยความดีใจ น้ำตารื้นที่ดวงตาทั้งสองข้าง เขาเดินตรงมาหาแฮร์รี่ แล้วเขย่ามือชายหนุ่มแรงเสียจนไหล่แทบหลุด พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

ดีใจมากเลย ดีใจจริงๆที่เธอมา แฮร์รี่ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆก่อนจะตอบกลับไป

ไม่เป็นไรครับ

ถ้าเฮอร์ไมโอนี่ไม่เขียนจดหมายไปขอร้องก็คงไม่มาหรอกครับ ชายหนุ่มคิดในใจ

เมื่อแฮกริดถยออกไป ในหน้าคุ้นเคยซึ่งไม่สมควรจะมายืนอยู่ตรงนี้อย่างยิ่งก็ยืนส่งยิ้มกว้างให้แฮร์รี่อย่างอารมณ์ดี

เซอไพรซ์ไงเพื่อน! ดีนส์ โทมัส!!!!!

แฮร์รี่มองหน้าโทมัส สลับกับเฮอร์ไมโอนี่อย่างไม่เข้าใจ โทมัสยิ้มเจื่อนก่อนจะพูดเสียงอ่อย

โทษทีนะ ถ้าไม่ทำแบบนี้นายคงไม่ยอมมาหาพวกเราหรอก

แฮร์รี่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าช้าๆ โกรธไปก็ใช่ว่าจะได้อะไร.....

ช่างมันเถอะ

เมอร์รี่คริสมาสต์นะแฮร์รี่

เช่นกันนะดีนส์

นายน่าจะเรียกฉันว่าโทมัสได้แล้วนะ โทมัสแกล้งทำไม่พอใจ แฮร์รี่หัวเราะเบาๆแล้วพูดขึ้น

โอเคๆ

เอาล่ะ แฮร์รี่ ทีนี้ เซอไพรซ์ของจริง เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างอารมณ์ดี

Merry Christmas เสียงทุ้มนุ่มพูดขึ้นเบาๆ แฮร์รี่หันขวับไปมองโดยอัตโนมัติ

.....คนที่ไม่คาดคิด ไม่คาดฝันว่าจะได้เจออีกแล้วมายืนอยู่ตรงหน้าเขา แค่ใกล้ๆนี้เอง.....

มัลฟอย แฮร์รี่รู้สึกเหมือนคอแห้งฝาก เขาเปล่งเสียงอย่างยากลำบาก กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ สายตามองค้างที่คนตรงหน้า

ไม่ใช่มัลฟอย แฮร์รี่ นายต้องเรียกฉันว่าเดรโกสิ

น......นาย.....เป็น.....เป็นไปไม่ได้

แต่เป็นไปแล้ว เดรโกยิ้มน้อยๆ

ต.....แต่ว่านาย....ฉันจำได้ว่านายตายไปแล้ว

สงครามครั้งสุดท้าย.....การฆ่าฟัน การสูญเสีย การเสียสละ และ.....ความตาย เขาจดจำมันได้อย่างดี

เดรโกมัลฟอยโดนคาถาอะไรซักอย่างจากผู้เสพความตายคนหนึ่ง เขาไม่แน่ใจเพราะได้แต่มองจากระยะไกล ร่างซีดขาวทรุดล้มลงไปต่อหน้าต่อตา ผู้เสพความตายยิ้มเยาะ ก่อนจะใช้เท้าเตะร่างไร้วิญญาณนั้นตกสงไปในทะเลสาบดำสนิท

แฮร์รี่กระตุกวูบ ทำให้ลำแสงสีเขียวจากปลายไม้กายสิทธิ์ของลอร์ดโวลเดอร์มอร์ถากแขนไปเป็นรอยแผลลึก เหลือร่องรอยเป็นแผลเป็นจนบัดนี้

เขาจำไม่ได้เลยจริงๆว่าเขาชนะสงครามมาได้อย่างไร ปละจำไม่ได้เลยว่ารอดชีวิตมาจนบัดนี้ได้อย่างไร สิ่งที่เขาจำได้ มีเพียงภาพที่เขาไม่อยากจดจำ ร่างของเดรโกที่ทรุดลง ก่อนจะถูกเตะลงไปในทะเลสาบเย็นเยียบ และดวงตาของเขาเอง ที่มักจะรื้นไปด้วยน้ำตาอยู่เสมอ....

มันช่างยาวนาน นานถึงสอบสองปี เขาไม่คิดอยากกลับมาที่นี่ ที่โลกของเวทย์มนต์อีกเลยนับแต่นั้นมา.....

ฉันโชคดี เดรโกพูดขึ้น ความจริงแล้ว ฉันไม่ได้โดนคาถาจังๆหรอก มันแค่เฉียดคอฉันไปนิดเดียวเอง นิดเดียวจริงๆ

นะ.....นายจริงๆใช่มั้ย แฮร์รี่พยายามเค้นเสียงถาม

ฉันถูกเตะลงไปในทะเลสาบ ตอนนี้ฉันเองก็คิดว่าจะตายแล้วเหมือนกัน แต่ก็โชคดี ไม่รู้สิ เหมือนมีอะไรอุ่นๆ พัดพาฉันไปที่ฝั่ง เดรโกพูดกลั้วหัวเราะ คงเป็นศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กับศาสตราจารย์สเนปล่ะมั้งที่ช่วยชีวิตฉันไว้

นายจะไม่ไปไหนอีกแล้วใช่มั้ย น้ำตาเอ่อล้นดวงตาสีเขียวมรกต เดรโกยิ้มจางๆ พยักหน้าให้แฮร์รี่ช้าๆ

อืม ฉันจะไม่ไปไหนแล้ว

สัญญานะ แฮร์รี่ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากดวงตาทั้งสองข้าง

สัญญา เดรโกฉีกยิ้มกว้าง ฉันกลับมาทวง.....ทวงความรักและหัวใจของนายกลับมาไว้ที่ฉัน

Merry Christmas.....Are you happy?

.....Im comeback to calling for your love

-END-

2006/May/02

Fiction: Harry Potter
Title: Sangrail Marine
Chapter: 3
By: Soda

ชักช้านะ เจ้าโง่ ฉันมารับแล้ว

เสียงฮือฮาดังลั่นห้องเรียนวิชาปรุงยา ต้นเหตุนั้น มาจากชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งคือเจ้าชายผมสีแพล็ตตินัม เดรโก มัลฟอย ผู้ซึ่งเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวๆบ้านสลิธิรินทุกคน และอีกคนคือเขา แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายผู้โด่งดัง วีรบุรุษแห่งบ้านกริฟฟินดอร์

เดรโกมากับพอตเตอร์ เสียงซุบซิบของสาวๆบ้านสลิธิรินดังหึ่งๆทั่วห้องเรียน จากแค่สองคน กลับกลายเป็นสี่คน และห้า หก คนไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นทั่วทั้งห้อง ทำให้เสียงพึมพำเบาๆนั้นค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ

เป็นไปได้ยังไงกัน

แล้ววีสลีย์กับยายเกรนเจอร์เลือดสีโคลนนั่นล่ะ

นี่มันอะไรกัน แฮร์รี่เป็นบ้าไปแล้วรึไง

เขาน่ะประสาทมาตั้งแต่แรกแล้ว นี่ยิ่งทำให้พวกเรามันใจว่าหมอนั่นน่ะ บ้า

ไม่จริงน่า

จะซุบซิบอะไรกันนักกันหนาเจ้าพวกชั้นต่ำ มัลฟอยแผดเสียงด้วยความหงุดหงิด จะมีปัญหากับฉันหรือไงกันถ้าจะเอาเจ้าหมอนี่มาเป็นทาสรับใช้น่ะ

อะไรนะเดรโก ฉันได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า แพนซี่ พาร์คินสันตรงรี่เข้ามาคล้องแขนข้างซ้ายของมัลฟอยพร้อมกับเกาะติดหนึบราวกับแม่เหล็กก็ไม่ปาน

เธอได้ยินถูกแล้วล่ะแพนซี่ หมอนี่น่ะ ทาสรับใช้ของฉัน มัลฟอยหันมองหน้าแฮร์รี่พร้อมกับรอยยิ้มยโส ก่อนจะหันกับไปยิ้มหวานให้กับแพนซี่ ของเล่นชั้นดีเลยล่ะรู้มั้ย

แฮร์รี่ยืนสั่นด้วยความโกรธ ก่อนที่ความอดทนของเขาจะสิ้นสุด เขาโยนกระเป๋าของมัลฟอยลงบนโต๊ะเรียน เสียงซุบซิบเบาๆนั้นเงียบลงทันที สายตาทุกคู่หันมาจ้องมองที่เขาเป็นจุดเดียว ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ทุกคนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นและสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ด้วย

มีปัญหารึไง พอตเตอร์ มัลฟอยหรี่ตามองด้วยความไม่พอใจ

ใช่ มีปัญหา มีมากด้วย แฮร์รี่กระชากเสียงตอบ

อ้อ เหรอ ปัญหาอะไรล่ะ ให้ฉันเดาคงไม่พ้นปัญหาโลกแตกที่นายทำทุกๆปีอย่างเช่น อาจารย์ครับผมเจ็บแผลเป็นจังเลยจังเลย เด็กบ้านสลิธิรินทุกคนกรีดเสียงหัวเราะดังลั่น มัลฟอย ตอกย้ำความสนุกสนานของพวกเข้าด้วยการทำท่าทางประกอบ ยกมือขึ้นแตะหน้าผากก่อนจะล้มตัวลง และแกล้งสลบไป หรือว่าจะเป็น นี่วีเซิ่ลกับยายเลือดสีโคลน ปีนี้พวกเราจะทำวีรกรรมอะไรเพื่อแสดงความเป็นวีรบุรุษของเราดีนะ

เสียงหัวเราะดังมากขึ้นกว่าเดิม แฮร์รี่ตรงเข้าหามัลฟอยพร้อมกับขึ้นคร่อมไว้ สองมือวางรอบลำคอระหงแล้วออกแรงบีบเต็มแรง

จะมีก็มีกับนายนั่นแหละ ไอ้ปัญญาอ่อนเอ๊ย จากเสียงหัวเราะกลายเป็นเสียงกรีดร้องและเสียงเชียร์จากบ้านกริฟฟินดอร์ มัลฟอยยึดข้อมือสองข้างของแฮร์รี่เอาไว้แล้วออกแรงดึง

นายลืมไปแล้วรึไงกัน ว่าไอ้ปวกเปียกอย่างนายน่ะทำอะไรฉันไม่ได้ มานี่ มัลฟอยรวบข้องมือสองของของแฮร์รี่ไว้ด้วยมือเดียวก่อนที่จะลากคอเสื้อของแฮร์รี่ออกไปนอกห้อง ขอเตือนไว้ก่อนนะพวกนาย ถ้าขืนก้าวเท้าตามออกมาแม้แต่ก้าวเดียว ฉันรับรองได้ว่าฉันจะเชือดพวกนายแน่ ไม่ว่านั่นจะเป็นใครก็ตาม

ประตูห้องกระแทกปิดพร้อมๆกับที่แฮร์รี่ถูกเหวี่ยงไปกระทบกับผนังหินเย็นๆแข็งๆ ข้อมือสองข้าง ยังคงถูกรวบไว้ด้วยมือของมัลฟอย มือข้างที่ยังคงว่างอยู่ ยกขึ้นและบีบคางของแฮร์รี่เต็มแรงจนคนถูกบีบรู้สึกเจ็บแปลบ

ว่าไง มีปัญหาอะไรมากมาย พอตเตอร์ มัลฟอยก้มลงกระซิบข้างหูของแฮร์รี่ นายนี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆเลยนะ

ริมฝีปากสีซีดไล้ไปตามแนวกราม แฮร์รี่สะดู้งเฮือก เขาสะบัดหน้าหนี พร้อมกับโขกหัวตัวเองกับหน้าผากของมัลฟอยเต็มๆแรง

ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ไอ้เซ่อ! นายไม่มีสิทธิ์จะทำแบบนี้กับฉัน

ดูเหมือนว่านายจะลืมฐานะตัวเองไปนะ รอยยิ้มเย็นผุดขึ้นมาบนใบหน้าซีดนั้นอีกครั้ง ปากนายนี่มันโสโครกสิ้นดี ฉันว่าล้างซะหน่อยดีกว่ามั้ง

อ๊าก!!!!!!!!!!!!!! แฮร์รี่ร้องลั่นเมื่อมือของมัลฟอยคว้าเอาผมของแฮร์รี่แล้วกระชากเข้ามาประชิดตัวเขาเต็มแรง มืออีกข้างรวบแขนแล้วกดไว้กับผนังเย็น

ฉันว่าฉันบอกนายไปแล้วว่านายน่ะเป็นหมาตัวเมียของฉัน พอตเตอร์ นายนี่มันโง่ดักดานจริงๆ พวกสอนแล้วไม่จำ

แฮร์รี่เม้มปากแน่นสนิทเมื่อมัลฟอยพยายามที่จะจูบเขา เลือดสีสดไหลจากมุมปาก มัลฟอยเหลือบมอง รอยยิ้มพึงใจปรากฏบนใบหน้า ลิ้นอุ่นค่อยๆไล้เลียเลือดของเขา จากคางจนถึงมุมปาก

รู้สึกนายจะชอบเจ็บตัวจริงๆนะพอตเตอร์ มัลฟอยกระซิบเบาๆ มือของเขาวางทาบบนแก้มของแฮร์รี่ มือเย็นเฉียบถึงกับทำให้แฮร์รี่สะดุ้ง มือค่อยๆไล้ไปตามแก้มนวลก่อนจะยกขึ้นแล้วตบฉาดเข้าเต็มแรง ฉันบอกแล้วว่านายต้องทำตามที่ฉันสั่ง พอตเตอร์ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม นายห้ามเถียง ห้ามต่อต้าน แต่ดูเหมือนนายจะโง่เกินเข้าใจนะ เอ๊ะ หรือว่านายแกล้งโง่กัน หือ

ฉันไม่ได้โง ฉันจะโง่ก็ต่อเมื่อทำตามคำสั่งบ้าบอของนายนั่นแหละ ไอ้เลือดผู้ดีโสโครก แฮร์รี่พูดพร้อมกับบ้วนน้ำลายใส่หน้ามัลฟอย

ก็ดี ถ้านายชอบแบบนี้ ฉันก็จะสนองให้นาย พอตเตอร์ มัลฟอยปาดน้ำลายของแฮร์รี่ออกจาหน้า เขากดศีรษะแฮร์รี่กระแทกกับผนังจนเกิดเสียงดังสนั่น นาย ต้อง ทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง พอตเตอร์

มัลฟอยออกแรงบีบกรามของแฮร์รี่ก่อนที่จะมอบจูบที่รุนแรงให้กับเขาอีกครั้ง แฮร์รี่พยายามจะดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ไม่ว่าจะสะบัดยังไงก็ไม่เป็นผล เขาจึงหยุด และปล่อยให้มัลฟอยทำตามใจชอบโดยดี

อืม.....ถ้าทำแบบนี้แต่แรกก็คงไม่ต้องเจ็บตัวหรอกจริงมั้ย มัลฟอยก้มลงไซร้ซอกคอขาวของแฮร์รี่ เขาผ่อนแรงที่มือทั้งสองข้างทำให้แฮร์รี่ได้โอกาสที่จะหนี แฮร์รี่ทุบลงบนหลังของมัลฟอย ก่อนจะตีเข้าเข้าที่ท้องของมัลฟอยแรงๆอีกหนึ่งที ทำให้มัลฟอยทรุดลงกับพื้น แฮร์รี่ฉวยโอกาสเหวี่ยงตัวออกและพยายามจะวิ่งหนี แต่มัลฟอยก็ยุดขาของเขาเอาไว้

แสบนักนะ เจ้าปัญญาทึบ แฮร์รี่ล้มล้งกระแทกกับพื้น มัลฟอยออกแรงลากขาของแฮร์รี่ให้เข้ามาใกล้ ในขณะที่แฮร์รี่ก็พยายามที่จะยึดพื้นเอาไว้ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่สามารถจะช่วยอะไรเขาได้ นายไม่ต้องพยายามที่จะหนีหรอก พอตเตอร์ เพราะไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไม่มีทางที่จะหนีฉันพ้นหรอก

ปล่อยฉัน ปล่อย!!! ไอ้คนโสโครก ไอ้บ้า ไอ้โรคจิตเอ๊ย ปล่อยนะ!!!!!

นี่ๆ พูดจาแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน จริงไหม ฝ่ามือเย็นเฉียบฟาดลงกับใบหน้าของแฮร์รี่จนเป็นรอยแดง

ไอ้บ้า ปล่อย!!!!! แฮร์รี่กระชากผมซึ่งเสยเรียบของมัลฟอยไปด้านหลัง ผมสองสามเส้นร่วงติดมือเขา มัลฟอยดูจะโมโหมา เขากระชากผมของแฮร์รี่แล้วกระแทกลงกับพื้นหินแข็ง

ซ่านักใช่มั้ย ไอ้สมองฝ่อ

อั่ก.....โอ้ย!!!! ปล่อยนะ ไอ้ประสาทสองมือของแฮร์รี่กุมรอบข้อมือของมัลฟอยที่ทึ้งผมของเขาเอาไว้ พยายามจะกระชากให้หลุด สายตาอาฆาตของทั้งสองคนส่งให้กันและกัน

แกมันพูดไม่รู้จักฟัง เป็นไอ้โง่ที่ไม่รู้จักจำถึงต้องเจ็บตัวประจำ พอตเตอร์ มัลฟอยลุกขึ้นยืนก่อนจะปล่อยมือแล้วดันศีรษะของแฮร์รี่ไปกระแทกกับพื้นอีกครั้ง เขาเหล่มอง ก่อนจะยกเท้าขึ้นเหยียบลงที่ใบหน้าด้านข้างของแฮร์รี่ จำไว้ พอตเตอร์ ว่าตอนนี่นายอยู่ในฐานะใน จำไว้ให้ดี มัลฟอยทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะสะบัดผ้าคลุมแล้วเดินกลับเข้าห้องเรียนไป

To be continue..

2006/May/02

Fiction: Harry Potter
Title: Sangrail Marine
Chapter: 2
By: Soda

เร็วสิพอตเตอร์ ฉันสั่งให้นายขัดรองเท้าให้ฉันเดี๋ยวนี้! เดรโกสั่งเสียงแข็งเมื่อเห็นคนตรงหน้าไม่ยอมทำตาม

ไม่จำเป็น มัลฟอย ฉันไม่อยากเสียเวลาไร้สาระกับเรื่องบ้าๆของนาย แฮร์รี่ปฏิเสธ

เขาลุกขึ้นยืนมองหน้าเดรโกซักพัก สะบัดหน้าหนีแล้วเอื้อมมือไปเปิดประตู ทันทีที่มือเรียวสัมผัสกับประตู มือหนาเย็นเฉียบก็คว้าแขนเล็กเอาไว้และกระชากสุดแรงจนร่างบางเซล้มลงกระแทกกับพื้นตรงหน้า เท้าไซส์ 7 นิ้วครึ่งที่อยู่ในรองเท้าหนังสีดำเหยียบลงหน้าอกของคนซึ่งล้มนอนแผ่อยู่ตรงหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มเยาะเย้ยให้

ฉันไม่ได้อนุญาตให้นายเถียงฉันได้นะพอตเตอร์

ไอ้ทุเรศเอ๊ย!! เอาเท้าโสโครกของแกออกไปเลยนะ! ทันทีที่พูดจบ เดรโกย่อตัวลงและหมัดลุ่นๆก็กระทบเข้าหับโหนกแก้มของแฮร์รี่อย่างจัง แน่นอน แฮร์รี่รู้ว่าเดรโกออมแรงเอาไว้ครึ่งหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้แฮร์รี่ถึงกับเลือดออกได้เหมือนกัน

ปากดีใช้ได้เลยนี่พอตเตอร์ ฉันบอกนายแล้วไงว่าห้ามเถียง ทีนี้จะขัดรองเท้าให้ฉันดีๆได้หรือยัง เดรโกรยิ้มถากถางราวกับผู้ชนะ แฮร์รี่ได้แต่มองแล้วกัดฟันกรอด เขาขัดขืนไม่ได้ เขาสู้คนตรงหน้าไม่ได้ ไม่ว่าจะวิธีต่ำๆแบบที่มักเกิลใช้ อย่างการแลกหมัดใส่กัน หรือวิธีอย่างที่พ่อมดใช้ ดวลตัวต่อตัวก็ตาม เมื่อเห็นอย่างนั้นร่างสูงจึงลุกขึ้นและยกเท้าออก ทิ้งตัวนั่งลงที่เดิม ปล่อยปลายเท้าเฉียดหน้าแฮร์รี่ไปอย่างจงใจ

ผ้า! แฮร์รี่กระชากเสียง เขาดันตัวขึ้นนั่ง สายตาที่จ้องมองเต็มไปด้วยความเคียดแค้น และมันก็ยังเจืออยู่ในน้ำเสียงของเขาด้วย

ไม่มี พอตเตอร์ เดรโกยังคงมีรอยยิ้มเยาะฉาบอยู่บนหน้า เพียงแต่ว่า มันมากขึ้นก็เท่านั้นเอง ใช้ลิ้นของนายเป็นไง?

ไอ้..... แฮร์รี่ตั้งท่าจะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก เมื่อดวงตาซุกซนที่บัดนี้แฝงด้วยความเย็นชาจ้องมองเขานิ่งๆราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ และดวงตาคู่นั้นกำลังจ้องเข้าไปในตาของเขา แฮร์รี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขารู้.....สายตาแบบนี้.....ขัดขืนไม่ได้

แฮร์รี่ก้มหน้าลงแต่ก็ยังคงจ้องใบหน้าผู้ที่เขาหวังดีจะช่วย แต่กลายเป็น ช่วยทำให้ตัวเองซวย อย่างเคียดแค้น เขาไม่คิดจะห้ามอารมณ์โมโหที่พลุ่งพล่านของตัวเอง แต่เขาก็ไม่คิดจะเสี่ยงเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับคนพรรคนี้เช่นกัน ถึงมันจะทำให้ศักดิ์ศรีของเขาหายไปหมดก็ตาม

ลิ้นอุ่นๆแลบออกมาอย่างลำบากใจก่อนจะลากผ่านเบาๆบนรองเท้าหนังมันขลับซึ่งแฮร์รี่ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องขัดมันเลยซักนิด ในเมื่อดูเหมือนว่าพ่อคุณชายผู้เพอร์เฟ็กต์อยู่เสมอจะขัดจนมันขึ้นมันจนแทบจะเป็นกระจกได้อยู่แล้ว

แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นถูริมฝีปากตนเองแรงๆ คิ้วเรียงขมวดมุ่น มองหน้าคู่สนทนาอย่างไม่พอใจเป็นที่สุด ความจริงแล้ว.....สำหรับคำว่าไม่พอใจมันคงจะน้อยเกินไปสำหรับคู่สนทนาคนนี้ ในเมื่อจากคนที่เขาเคนคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนได้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้กลายเป็น เกลียด อย่างไม่มีข้อแม้และเงื่อนไขไปเรียบร้อยแล้ว

เข้าใจง่ายดีนี้ ถ้าทำแบบนี้แต่แรกก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแล้วล่ะมั้ง ท่าทาง......ฉันคงต้องให้นายมาชัดรองเท้าฉันบ่อยๆซะแล้ว เดรโกพูด เสียงหัวเราะที่ไม่ได้ดังมากนักแต่กลับดังจนบาดหูและบาดลึกเข้าไปในใจของแฮร์รี่ เพิ่มความเกลียดชังคนตรงหน้าให้เขาอีกหลายเท่าตัว มือกำหมัดแน่น เล็บจิกลงกับฝ่ามือ เลือดไหลซิบแต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ได้รู้สึกเลยซักนิดเดียว

หมดธุระแล้วใช่มั้ย แฮร์รี่ถามด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น ถึงโง่ขนาดไหนก็รู้ว่าเขากำลังโมโห แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถใช้ได้กับคู่สนทนาคนนี้

ห้ามตั้งคำถามกับฉัน พอตเตอร์ นายจะไปได้ต่อเมื่อฉันบอกนายให้ไปได้เท่านั้น เดรโกยังคงตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยและกวนโทโส ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ต้องใจก็ตาม และมันก็ทำให้อารมณ์กรุ่นๆที่แทบจะระเบิดออกนั้นขาดผึงในทันที

มันจะมากไปแล้วนะมัลฟอย!!!! นายไม่มีสิทธิ์จะทำแบบนี้!! แค่นี้มันก็มากเกินไปแล้วไอ้เฟอเร็ตปัญญาอ่อนเจ้าปัญหาเอ๊ย!!!! ไอ้.....โอ๊ย!!! นิ้วยาวเรียวกระชากเส้นผมสีดำขลับซึ่งยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงอย่างเต็มแรง ก่อนจะกดศีรษะของแฮร์รี่ลงกับที่นั่งจนกระแทกเสียงดั่งสนั่น ร่างสูงล้วงเอาไม้กายสิทธิ์ออกมาเสกคาถาพรางตาก่อนจะชี้ตรงไปที่หน้าของร์รี่ซึ่งเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

นายต่างหากพอตเตอร์! นายต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์!! เดรโกพูดกรอกหูในขณะที่แฮร์รี่เองก็พยายามจะดึงมือของเดรโกออกจากผม

เดรโกสะบัดมือจนศีรษะของแฮร์รี่กระแทกลงกับที่นั่งอีกครั้ง มือเรียวสองข้างตรงเข้ารัดลำคอของผู้ที่ทำให้ตนต้องบาดเจ็บก่อนจะพยายามออกแรงบีบ แต่ทว่า สีหน้าของคนที่โดนบีบคอนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

นายคิดว่านายจะทำอะไรฉันได้รึไงพอตเตอร์ มือแกร่งดึงมือของแฮร์รี่ทั้งสองข้างและรวบเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย เดรโกกดแฮร์รี่คว่ำหน้าลงกับพื้น ขาข้างขวาล็อกขาที่ดิ้นพล่านของแฮร์รี่เอาไว้ อย่าพยศให้มันมากนัก อยู่เฉยๆซะบ้าง

ปล่อย!.....อั่ก! แฮร์รี่ร้องเมื่อเดรโกออกแรงกดหัวของแฮร์รี่ลงกับพื้นมากขึ้น

สงบปากสงบคำซะพอตเตอร์! เดรโกกัดฟันพูดใส่หูของแฮร์รี่ด้วยความโมโห ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันกลับไปนั่งลงบนที่นั่งเหมือนเดิม

แฮร์รี่ถูขอมือของตัวเองด้วยความเจ็บ ค่อยๆพยุงตัวขึ้นแต่ก็ต้องล้มตึงอีกครั้งเมื่อขาสองขาของเดรโกพาดลงมาบนหลังของเขา

เป็นที่รองเท้าก็ใช้ได้นี่พอตเตอร์! เดรโกยิ้มเยาะ

แฮร์รี่ไม่ได้ตอบโต้ เขานั่งเงียบแล้วเบือนหน้าหนี บางทีสำหรับตอนนี้.....คำพูดของเฮอร์ไมโอนี่ที่เคยบอกเขาไว้ว่าให้เงียบไว้จะดีที่สุดคงจะใช้ได้แล้วล่ะมั้ง

เงียบก็เป็นนี่ เดรโกเยาะเย้ย ฉันเมื่อยไปหมดแล้วล่ะ เพราะนายแท้ๆเลย นวดซิ! เดรโกออกคำสั่งแฮร์รี่ผลักขาสองข้างของเดรโกออกก่อนจะนวดขาให้อย่างไม่เต็มใจ

ทำตัวดีๆก็ทำเป็นนี่ ทัหลังน่ะหัดทำซะก่อนจะเจ็บตัวนะ แฮร์รี่ได้แต่มองค้อนด้วยความโมโหและแค้นคนตรงหน้าอย่างที่สุด

พอเลยๆ พอตเตอร์! นายนี่ไม่ได้เรื่องเลย ให้ตายสิ แฮร์รี่หยุดมือ ไม่วายที่จะแถมท้ายด้วยการหยิกแรงๆที่แขนของคนสั่งไปอีกหนึ่งที ทำอะไร!

ไม่รู้นี่ว่าจะเจ็บ ไอ้คนไม่มีความอดทน ได้ที แฮร์รี่เลยลอบกัดซะให้

อยากตายนักรึไง! มือแกร่งกระชากเส้นผมสีนิลอีกครั้ง แต่คราวนี้แฮร์รี่ไม่ส่งเสียง ได้แต่จ้องมองด้วยความโกรธ เดรโกเห็นแบบนั้นก็หัวเราะในลำคอแล้วยิ้ม ก่อนจะผลักหัวแฮร์รี่ออกแรงๆจนเซ ไม่เป็นไร ดูเหมือนฉันจะได้ไอเดียใหม่ๆแล้วล่ะพอตเตอร์ เพราะฉันไม่ชอบการต่อปากต่อคำ

แฮร์รี่มองอย่างงงๆ พลางคิดในใจไปด้วยว่า มันจะมาไม้ไหนอีกวะ?

อืมม์.....เอาล่ะ พอตเตอร์ เดรโกเอามือลูบคางไปมา ฉันว่าฉันหาวิธีทำโทษนายให้นายได้อายดีกว่าจะมานั่งต่อปากต่อคำกับนายนะ

แฮร์รี่ถลึงตามอง ไอ้บ้านี่มันจะทำบ้าอะไรของมันกันแน่วะ!!!!!!???

ก่อนอื่น ที่นายต่อล้อต่อเถียงฉันเมื่อกี้นี้ มาไถ่โทษด้วยการจูบฉันหน่อยเป็นไง เดรโกยิ้มระรื่นอย่างผู้ที่คว้าชัยชนะ แน่นอน มันไม่ได้ทำให้แฮร์รี่ต้องรู้สึกเสียหน้าเพียงอย่างเดียว ถ้าเกิดเขาทำขึ้นมา มันต้องเป็นข้อผูกมัดให้เดรโกสามารถสั่งให้เขาทำอะไรก็ได้ถ้าเขาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ และใช่ แฮรืรี่ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องทุเรศๆแบบนี้แน่นอน

ไม่!!! มัลฟอย ถึงตายฉันก็จะไม่ทำ!!!!! พอที! อย่าทำให้ฉันเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ก็บเรื่อไร้สาระของนาย เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว!! แฮร์รี่ปงปังจะออกจากห้อง แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะแย่กว่าเดิม เดรโกดงตัวแฮร์รี่แล้วกดแฮร์รี่ลงกับพื้น พร้อมๆกับที่ตัวเองคร่อมร่างที่กำลังพยศเอาไว้

ข้อสอง ฉันจะทำโทษนาย จะเปิดก้นนายให้เหมือนเปิดกระป๋องเลยคอยดู!! เดรโกยิ้มขู่ คราวนี้กลับเป็นหมัดของแฮร์รี่ที่ปะทะเข้ากับหน้าของร่างด้านบนเข้าอย่างจังจนเลือดซึมออกมาจากมุมปาก มือแกร่งตบฉาดที่ใบหน้าของร่างด้านใต้จนเป็นรอยแดงก่อนจะปลดเอาเข็มขัดของตัวเองมัดข้อมือของแฮร์รี่เอาไว้

ปล่อยนะเว้ย! ไอ้โรคจิต ไอ้บ้า!! ไอ้ทุเรศ!!! ปล่อยฉัน!!! แฮร์รี่กระแทกหัวตัวเองกับหัวของเดรโก มัลฟอยล์ ที่ก้มลงมาและพยายามจะจูบเขา เขาถีบแรงๆอีกทีก่อนจะตรงไปที่ประตูแต่ข้อเท้ากลับถูกรวบเอาไว้ซะก่อนจึงล้มหัวกระแทกกับประตูเต็มแรง

ก็ดี! ฉันจะให้นายเป็นหมาตัวเมียไปชั่วชีวิตเลยพอตเตอร์! เดรโกขึ้นคร่อมแฮร์รี่ที่นอนคว่ำหน้าและพยายามจะช่วยตัวเองให้หลุดจากการทาบทับ แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากเมื่อมือทั้งสองข้างถูกมัดเอาไว้แบบนี้

ว้าย! ประตูเปิดออกตามด้วยเสียงอุทานสูงปรี๊ดของคนๆหนึ่ง ทำให้แฮร์รี่รู้สึกราวกับเป็นเสียงสวรรค์ แต่ดูเหมือนเดรโกจะโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมองจึงพบว่าผู้มาเยือนคือ แพนซี่ พาร์กินสัน เด็กบ้านสลิธิรินที่คอยตามก้นเดรโกอยู่เป็นประจำนั่นเอง

มีอะไรแพนซี่ เดรโกถามอย่างไม่สบอารมณ์

แพนซี่ที่ยกมือสองข้างปิดตา หล่อนลอบมองอย่างหวาดๆ ก่อนจะกระโดดหันหลังกลับไปอีกครั้งหนึ่ง

ปะ.....เปล่าจ้ะ แค่จะมาบอกให้เปลี่ยนชุดเพราะนี่จะถึงฮอกวอตอยู่แล้ว

แฮร์รี่ได้โอกาสเมื่อเดรโกผ่อนแรงเขากระทุ้งศอกเข้าที่ท้องขอเดรโกอย่างจัง ลุกขึ้นมองด้วยหางตาก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไป

แฮร์รี่ไม่เคยคิดจะชอบเด็กบ้านสลิธิริน ไม่เคยแม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะมัลฟอยล์และบันดาลูกสมุน รวมทั้งแพนซี่ พาร์กินสันด้วย แต่วันนี้ แฮร์รี่รู้สึกว่าตัวเองชักจะชอบยัยแพนซี่ขึ้นมานิดหน่อยแล้วเหมือนกัน

แฮร์รี่เดินกลับไปที่ตู้ของตนเอง โชคดีที่มีเพียงรอนนั่งอยู่คนเดียว รอนมองเพื่อนอย่างงงๆ ทั้งรอยฟกช้ำบนหน้า รอยเลือดที่มุมปาก แล้วก็เข็มขัดที่รวบมือสองข้างเอาไว้ นั่งอ้าปากพะงาบๆ แฮร์รี่ยิ้มให้ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับรอน

ช่วยแกะให้ที

อ่า.....เอ้อ! อือ! รอนพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะช่วยแฮร์รี่แกะเข็มขัดที่รัดมืออยู่ นายไปทำอะไรมา?

มีเร่องกันนิดหน่อย แฮร์รี่ตอบยิ้มๆ เขาไม่อยากให้รอนเป็นห่วงหรือไปมีปัญหากับไอ้บ้าวิปริตพันธุ์นั้น

กับ.....กับมัลฟอย? รอนยังคงถามซื่อๆ แฮร์รี่ขำเพื่อนตัวเองนิดหน่อย รอนเห็นแบบนั้นเลยยิ่งหน้าบูด ขำอะไรวะ คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วง

เอ้า! นายเห็นฉันออกไปกับใครก็มีเรื่องกับคนนั้นแหละ! แฮร์รี่พูดพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าไปด้วย

กลับมาทีนี่เยินเชียว ถ้าฉันไม่รู้ว่านายไปกับมัลฟอยฉันคงคิดว่านายโดนข่มขืนไม่ก็ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาล่ะ รอนพูดกลั้วหัวเราะ

จะบ้าเหรอ! แฮร์รี่ตอบ มันเดาเก่งจังแฮะ..... แล้วได้แต่ส่งยิ้มเฝื่อนๆให้ เฮอร์ไมโอนี่กับจินนี่ล่ะ?

คุณประธานนักเรียนที่แสนจะงานหนักคนนั้นไม่มีเวลามาอยู่กับพวกเราหรอกน่า จินนี่อยู่กับเพื่อน ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ยัยนี่คบผู้ชายปีละกี่คนกัน รอนย่นจมูพลางคิดถึงน้องสาวที่เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น

นายนี่ก็หวงน้องจริเลยนะ แฮร์รี่แซว

ใครหวงกัน น้องแบบนั้นน่ะไม่เห็นอยากหวงซักนิด เอ้า!! ถึงปล้ว ไปกันเถอะ รอนรีบเปลี่ยนเรื่องทันที แฮร์รี่สังเกตได้จากหูที่แดงเรื่อๆเวลาที่รอนพูดถึงพี่น้องหรือเฮอร์ไมโอนี่มักจะเป็นแบบนี้เสมอ แฮร์รี่หัวเราะกับตัวเองเบาๆ

เอาวะ เอาไงเอากัน แฮร์รี่พยายามพูดปลอบตัวเองเรื่องเดรโก เขายังไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้หลุดจากพันธนาการที่เขาเป็นคนก่อขึ้นมาเอง ได้แต่ถอนหายใจแล้วพยายามคิดในแง่ที่ดีที่สุด เพราะนั่นคงเป็นวิธีเดียวที่จะสามารถปลอบใจตัวเองได้ว่า ไม่น่าเห็นใจศัตรูแบบนี้เลยจริงๆ

To be continue..